การศึกษาเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศเพื่อสร้างคนไทยให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพพร้อมที่จะแข่งขันและร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในเวทีโลก การบริหารและการจัดการศึกษาจึงต้องมุ่งเน้นทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ คุณธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
การกระจายอำนาจการบริหารและจัดการศึกษาเป็นกลไกหนึ่งที่สามารถทำให้การพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประสบความสำเร็จ   จึงได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2545 หมวด 5 ส่วนที่ 1 มาตรา 39 ความว่า “ให้กระทรวงกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา ทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ไปยังคณะกรรมการและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง”  และเพื่อให้การดำเนินงานมีความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น  พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาตรา 44 จึงได้กำหนดเจตนารมณ์ให้สถานศึกษาเป็นนิติบุคคล มีอิสระคล่องตัวในการบริหารสถานศึกษาได้สะดวกรวดเร็ว ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยการนำแนวคิดหลักของการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (SBM) ที่เน้นการกระจายอำนาจจากส่วนกลาง และเขตพื้นที่การศึกษาไปยังสถานศึกษา ภายใต้การบริหารในรูปคณะบุคคล คือ คณะกรรมการโรงเรียนหรือกรรมการสถานศึกษา ใช้วิธีการบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participation)
ดังนั้น เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2545ได้แก่ ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์และครูผู้สอน สามารถปฏิบัติงานรองรับการเปลี่ยนแปลงบทบาทหน้าที่ เพื่อการกระจายอำนาจการบริหาร และการจัดการศึกษา จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครูผู้สอน ให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจในการบริการและจัดการศึกษา
โรงเรียนจ่านกร้อง ได้มอบหมายให้ครูตัวแทนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้เข้ารับการพัฒนาตามหลักสูตรผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับการกระจายอำนาจ จำนวน 10 คน และรองผู้อำนวยการโรงเรียน คือ นางปราณี  ทองคำพงษ์ ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก  เขต 1 ให้เข้ารับการอบรมเป็น The Trainer